Home / MG / เจาะลึก All New MG 3 Minorchange 2018 ใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบทั้ง 4 รุ่นย่อย C D X และ V

เจาะลึก All New MG 3 Minorchange 2018 ใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบทั้ง 4 รุ่นย่อย C D X และ V

All New MG 3 Minorchange 2018 พึ่งเปิดกันไปมาทๆเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมานะครับ  และด้วยเสียงตอบรับที่ดีของ MG3 ด้วยยอดขายถึง 17,000 คัน การเปิดตัว ALL NEW MG3 โฉมใหม่ เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ALL NEW MG3 ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถต้นแบบอย่าง เอ็มจี อี-โมชั่น (E-Motion) รวมถึงการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ พร้อมตอบโจทย์กับความสนุกและล้ำสมัย พร้อมเป็นผู้นำเทรนด์ รองรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในอนาคต ที่ต้องการการขับขี่สนุกและปลอดภัย โดยบริษัทคาดการณ์ว่า ALL NEW MG 3 จะมียอดจำหน่ายที่ 10,000 คัน ในปี 2018 นี้

All New MG 3 Minorchange 2018 แฮทช์แบ็คสีสันสดใสรุ่นล่าสุดจาก เอ็มจี ภายใต้นิยาม “WE ARE FUN” มองโลกให้สนุก ทุกเส้นทาง ที่สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) ทำให้สมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) สนุกยิ่งขึ้น ด้วยการผสานดีไซน์ เทคโนโลยี สีสัน ความสะดวกสบาย ความคล่องแคล่ว และความสนุกในการขับขี่เข้าด้วยกัน พร้อมการก้าวสู่เทคโนโลยียนตรกรรมที่เหนือกว่าด้วยระบบอัจฉริยะ i-SMART สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ภายในห้องโดยสารยังเพียบพร้อมความสะดวกสบาย กว้างขวาง และพรีเมียม พร้อมระบบความปลอดภัย SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM 8 ระบบ ที่ครบครันยิ่งกว่า

All New MG 3 Minorchange 2018 มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย คือ รุ่น C ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น ในราคา 519,000 บาท ตามด้วย รุ่น D ราคา 549,000 บาท รุ่น X ราคา 589,000 บาท และ รุ่นท็อปสุดอย่างรุ่น V ราคา 629,000 บาท โดยตัวถังสีทูโทน เพิ่มเงิน 5,000 บาท

สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคในแต่ละรุ่น มีดังนี้ โดยในกรณีที่มีเฉพาะรุ่น จะมีการระบุในตอนท้าย หากไม่มีการระบุรุ่น ถือว่าเป็นคุณสมบัติหรืออุปกรณ์มาตรฐาน ในทุกรุ่นย่อย

การออกแบบภายนอก
– ดีไซน์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถต้นแบบอย่าง เอ็มจี อี-โมชั่น (E-Motion)
– กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มีความหรูหรา ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น เอ็มจี
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำ
– ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน หรือเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ (Daytime Running Lights) (เฉพาะรุ่น D X และ V)
– ไฟท้ายแอลอีดี ไลท์ไกด์ (LED Light guide)
– หลังคาซันรูฟ ปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น X และ V)
– ไฟเบรกดวงที่สาม
– ไฟตัดหมอกหลัง
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว และมือเปิดประตู จะเป็นสีเดียวกับตัวรถ ยกเว้นรุ่น C ที่เป็นสีดำ
– สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต (เฉพาะรุ่น V)
– สเกิร์ตข้างสีทูโทน (เฉพาะรุ่น V)
– ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น V)
– ระบบปัดน้ำฝนทั้งด้านหน้าและหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นแบบตั้งเวลาหน่วงใน 3 รุ่นบน คือ D X และ V ส่วนรุ่น C จะเป็นแบบหน่วงเวลา
– ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
– ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ยางขนาด 195/55 สำหรับรุ่น X และ V ส่วนรุ่น C และ D จะเป็นล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ยางขนาด 185/65
– สีตัวถังมีทั้งหมด 5 สี คือ สีเหลืองหลังคาดำ Tudor Yellow – Blacktop สีแดงหลังคาดำ Ruby Red – Black Top สีฟ้าหลังคาขาว Marina Blue – White Top สีขาว Arctic White และ สีดำ Black Knight (รุ่น C จะมีเฉพาะสีขาว Arctic White และสีดำ Black Knight เท่านั้น)

มิติตัวถัง จะเท่ากันหมด ทั้ง 4 รุ่นย่อย ดังนี้
– ความยาว 4,055 มม.
– ความกว้าง 1,729 มม.
– ความสูง 1,516 มม.
– ระยะช่วงล้อ 2,520 มม.
– ระยะต่ำสุดจากพื้น 116 มม
แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง
โดยระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า ในรุ่น C และ D เท่ากับ 1505 มม ส่วนรุ่น X และ V เท่ากับ 1,496 มม.
ส่วนระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง ในรุ่น X และ V เท่ากับ 1496 มม ส่วนรุ่น X และ V เท่ากับ 1,483 มม.

การออกแบบภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
– ตกแต่งด้วยดีไซน์พรีเมียม สะท้อนความสปอร์ตที่ผสานเส้นสายสีสันลายโมเดิร์นกราฟิก
– สีภายในจะเป็นสีดำในทุกรุ่นย่อย
– วัสดุหุ้มเบาะ ใน 3 รุ่นล่างคือ C D และ X จะเป็นเบาะผ้าสีดำ ส่วนรุ่น V จะเป็นเบาะผ้าและหนังสังเคราะห์
– ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะหน้าจะมีเฉพาะในรุ่น V เท่านั้น
– เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ
– พวงมาลัยหุ้มหนัง (เฉพาะรุ่น X และ V) โดยปรับสูงต่ำได้ในทุกรุ่นย่อย
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (เฉพาะรุ่น V)
– เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง (ยกเว้น รุ่น C ที่เบาะคนขับปรับ 4 ทิศทาง )
– หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Multi-Function Display
– กระจกไฟฟ้าวันทัชดาวน์ ด้านคนขับ และกระจกมองหลังตัดแสง
– ระบบปรับอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ยกเว้นรุ่น C ที่เป็นแบบ manual)
– ช่องแอร์ออกแบบสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์
– ช่องจ่ายไฟสำรอง 12 โวลต์ และไฟส่องแผนที่
– กุญแจรีโมท
– แผงบังแดดด้านหน้า โดย 3 รุ่นบนคือ D X และ V จะมีกระจกส่องหน้าด้วย
– ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย

ระบบเครื่องเสียง
– พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์ (เฉพาะรุ่น X และ V)
– ลำโพง 6 ตัว (ในรุ่น X และ V) และลำโพง 4 ตัว (ในรุ่น D) โดยรุ่น C จะมีเพียง 2 ตัว
– หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X และ V)
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ และช่องเชื่อมต่อยูเอสบี
– ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-Smart จะมีเฉพาะในรุ่น V เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

ขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในทุกรุ่นย่อย
– เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH
– ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดมัลติพอยท์
– ความจุกระบอกสูบ 1,498 ซีซี
– พละกำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
– แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที
– เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.) 75 x 84.8
– อัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1

ระบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือนและระบบเบรก จะเหมือนกันในทุกรุ่นย่อย
– ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฮดรอลิก
– รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.425 เมตร
– ช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
– ช่วงล่างด้านหลัง ทอร์ชันบีม
– ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน
– ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรก

ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 4 สปีด ใหม่ พร้อม Manual Mode โดยมีอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายดังนี้
– อัตราทดเกียร์ 1 2.875
– อัตราทดเกียร์ 2 1.568
– อัตราทดเกียร์ 3 1.000
– อัตราทดเกียร์ 4 0.697
– อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 2.300
– อัตราทดเฟืองท้าย 4.375

ระบบความปลอดภัย

โครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชั่น ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว
1. ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
2. EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST) ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์
3. EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTION) ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
4. SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM) ระบบควบคุมการทรงตัว
5. CBC (CURVE BRAKE CONTROL) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
6. TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ควบคุมการลื่นไถล
7. HAS (HILL START ASSIST SYSTEM) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
8. MSR (MOTOR CONTROL SLIDE RETAINER) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน
นอกจากนั้น ยังมีระบบอื่นๆดังนี้
9. FOLLOW ME HOME LIGHT ไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์
10. ระบบเซ็นทรัลล็อคและระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
11. จุดยึดเบาะที่นั่งเด็ก ISOFIX
12. เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง โดยใน 3 รุ่นบนคือ D X และ V จะเป็นแบบดึงรั้งกลับ พร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
13. เข็ดขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
14. กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น X และ V)
15. สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง (ยกเว้น รุ่น C)
16. ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
17. แกนพวงมาลัยยุบตัวได้
18. ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART – THE INTELLIGENT SYSTEM FOR SMART LIFE ที่จะมีเฉพาะในรุ่น V เท่านั้น

ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการภาษาไทย ก้าวสู่เทคโนโลยีโลกยนตรกรรมที่เหนือกว่าด้วย i-SMART นวัตกรรมอัจฉริยะ ที่คิดค้นเพื่อการใช้ชีวิตให้สนุก และสะดวกสบายยิ่งขึ้นกับโลกวันนี้ นวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะรถยนต์ MG ที่ช่วยให้คุณกับรถสื่อสารกันได้เสมอ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เรียนรู้จากคำสั่งและการใช้งานของคุณ ด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากรถและการใช้งาน

มุ่งหน้าสู่ความเป็นผู้นำการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะหรือสมาร์ทคาร์ เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุค Internet of Things

ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เพียงแค่พูด “ฮัลโหล เอ็มจี” (Hello MG) เพื่อเริ่มต้นใช้งานซึ่งสามารถสั่งการฟังก์ชันต่างๆในตัวรถ รวมถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และระบบช่วยนำทางทำให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายในการใช้งานและไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมสั่งการผ่านหน้าจอภายในรถ และการสั่งการผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นในอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

ทั้งนี้ระบบ i-SMART ใน ALL NEW MG3 (เฉพาะรุ่น V) มีฟังก์ชั่นเด่นที่ช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งให้ข้อมูลรถยนต์ผ่านช่องทางการสั่งการ 3 ทาง ได้แก่

1. ระบบสั่งการด้วยเสียง (Thai Voice Command) ผู้ขับขี่สามารถสั่งการ ระบบเครื่องเสียง / ระบบปรับอากาศ / โทรออก / ระบบนำทาง

2. ระบบสั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีน ( i-SMART on Touchscreen) รองรับการใช้งานระบบนำทางเนวิเกชัน พร้อมระบบตรวจสอบการจราจรแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีระบบที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง และสนุกกับเสียงเพลงจากศิลปินค่ายต่างๆ และ i-Call ระบบโทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน

3. ระบบสั่งการด้วยมือถือ (i-SMART Mobile Application) ผู้ใช้งานสามารถสั่งการหลายฟังก์ชันภายในรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ ระบบล็อก และปลดล็อกประตู ระบบวางแผนการเดินทาง ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และระบบค้นหารถ Find my car รวมถึงระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และเตือนความผิดปกติของรถยนต์

ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ ALL NEW MG3 จะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับความอุ่นใจกับการบริการแพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service) ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) และการให้คำแนะนำผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1267 (MG Call Centre 1267) รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) ผู้สนใจสามารถสัมผัส ALL NEW MG3 ได้ที่ผู้แทนจำหน่าย เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือพบกัน ที่บูธ A02 ในงาน ฟาสต์ ออโต้โชว์ 2018 (FAST AUTOSHOW 2018) ในวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 1 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

All New MG 3 Minorchange 2018 แกลอรี่

About มิโดรุ

มิโดรุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.